ประวัติ และ วิวัฒนาการ กีฬาบาสเกตบอล

 

 

ประวัติ และ วิวัฒนาการ กีฬาบาสเกตบอล
History and Development of Basketball

 

ดร.James Naismith, Father of Basketball
Naismith was born in 1861 in Ramsay township, Ontario, Canada.
ดร. James Naismith เกิดเมื่อ ปี พ.ศ. 2404 ที่เมือง Ramsay township, Ontario,ประเทศ แคนนาดา

 

ดร. James Naismith กำลังสร้างการเล่นกีฬาบาสเกตบอลอยู่กับภรรยา
Naismith, the inventor of basketball, practices with his wife.

———————————————————————————————————————

ประวัติกีฬาบาสเกตบอล
The History of Basketball

     บาสเกตบอล ( Basketball ) เป็นกีฬาประจำชาติอเมริกัน ถูกคิดขึ้น เพื่อต้องการช่วยเหลือบรรดาสมาชิก Y.M.C.A. ได้เล่นกีฬาในฤดูหนาว เนื่องจากในช่วงฤดูหนาวสภาพพื้นภูมิประเทศโดยทั่วๆไป ถูกหิมะปกคลุม อันเป็นอุปสรรคในการเล่น กีฬากลางแจ้ง เช่น อเมริกันฟุตบอล เบสบอล คณะกรรมการสมาคม Y.M.C.A. ได้พยายามหาหนทางแก้ไขให้บรรดาสมาชิกทั้งหลายได้เล่นกีฬาในช่วงฤดูหนาวโดย ไม่บังเกิดความเบื่อหน่าย ในปี ค . ศ .1891 Dr.James A.Naismith ครูสอนพลศึกษาของ The International Y.M.C.A. Training School อยู่ที่เมือง Springfield รัฐ Massachusetts ได้รับมอบหมายจาก Dr.Gulick ให้เป็นผู้คิดค้นการเล่นกีฬาในร่มที่เหมาะสมที่จะใช้เล่นในช่วงฤดูหนาว Dr.James ได้พยายามคิดค้นดัดแปลงการเล่นกีฬาอเมริกันฟุตบอลและเบสบอลเข้าด้วยกันและ ให้มีการเล่นที่เป็นทีม ในครั้งแรก Dr.James ได้ใช้ลูกฟุตบอลและตะกร้าเป็นอุปกรณ์สำหรับให้นักกีฬาเล่น เขาได้นำตะกร้าลูกพีชไปแขวนไว้ที่ฝาผนังของห้องพลศึกษา แล้วให้ผู้เล่นพยายามโยนลูกบอลลงในตะกร้านั้นให้ได้ โดยใช้เนื้อที่สนามสำหรับเล่นให้มีขนาดเล็กลงแบ่งผู้เล่นออกเป็นข้างละ 7 คน ผลการทดลองครั้งแรกผู้เล่นได้รับความสนุกสนานตื่นเต้น แต่ขาดความเป็นระเบียบ มีการชนกัน ผลักกัน เตะกัน อันเป็นการเล่นที่รุนแรง ซึ่ง Dr.James ได้กำหนดกติกาพื้นฐาน 5 ข้อ ดังนี้

** โรงเรียนคนงานคริสเตียน ปัจจุบันเป็นวิทยาลัยสปริงฟิล ( Springfield College ) เมืองสปริงฟิล รัฐแมสซาชูเซส สหรัฐอเมริกา ( Massachusetts, USA. )

1.) ผู้เล่นใช้มือเล่นลูกบอล
2.) ผู้เล่นที่ครอบครองลูกบอลอยู่นั้นจะต้องหยุดอยู่กับที่ห้ามเคลื่อนที่ไปไหน
3.) ผู้เล่นสามารถยืนตำแหน่งใดก็ได้ในสนาม
4.) ผู้เล่นห้ามปะทะหรือถูกต้องตัวกัน
5.) ห่วงประตูติดตั้งไว้เหนือพื้นสนามขนานกับเส้นเขตสนาม

 

Dr.James Naismith ได้ใช้ไม้รูปร่างคล้ายผลท้อจัดทำเป็นห่วงประตู ติดตั้งไว้ที่ระเบียงห้องโถงตามความสูงของระเบียง ประมาณ 10 ฟุต

ครั้งแรกใช้ลูกฟุตบอลโดยมีคนนั่งบนราวบันไดเพื่อหยิบลูกบอลออกจากประตูเมื่อเกิดการยิงประตูเป็นผล ต่อมา Dr.James Naismith ได้กำหนดหลักการเล่นขึ้น 13 ข้อ เป็นพื้นฐานของกติกาโดยใช้ทักษะมากกว่าการใช้แรง 

 

  • พ.ศ.2435 ได้พิมพ์ลงในนิตยสาร ‘Triangle magazine’ ใช้หัวข้อว่า “A New Game”

 

กติกาบาสเกตบอล 13 ข้อ

  1. สามารถโยนลูกบอลด้วยมือข้างเดียวหรือสองมือ
  2. สามารถตีลูกบอลด้วยมือข้างเดียวหรือสองมือ แต่ต้องไม่ใช้กำปั้น
  3. ห้ามถือลูกบอลวิ่งต้องโยนลูกบอลจากจุดที่ถือลูกบอล ผู้เล่นสามารถวิ่งเพื่อคว้าบอล
  4. ต้องถือลูกบอลด้วยมือ แขนหรือลำตัว ห้ามดึงลูกบอล
  5. ห้ามใช้ไหล่ดัน ผลัก ดึง ตบหรือตี ฝ่ายตรงข้าม หากเกิดการละเมิดให้ถือเป็น ฟาล์ว หาก กระทำซ้ำอีก ถือเป็น ฟาล์วเสียสิทธิ์ จนกว่าจะเกิดการยิงประตูเป็นผลในคราวต่อไป หรือเกิดผู้เล่นบาดเจ็บของผู้เล่นตลอดการแข่งขัน ห้ามเปลี่ยนตัวผู้เล่น
  6. การฟาล์วเป็นการกระแทกลูกบอลด้วยกำปั้นและการผิดระเบียบของกติกาข้อ 3,4 และตาม รายละเอียดตามกติกาข้อ 5
  7. หากผู้เล่นฝ่ายเดียวกันกระทำฟาล์วติดต่อกัน 3 ครั้ง ให้นับคะแนน (การฟาล์วติดต่อกัน หมายถึง เป็นการฟาล์วที่ไม่มีการฟาล์วของฝ่ายตรงข้ามคั่นระหว่างการฟาล์วติดต่อนั้น)
  8. เมื่อลูกบอลถูกตี หรือโยนจากพื้นเสข้าประตู ให้นับคะแนน หากลูกบอลค้างก้านห่วงโดยผู้ เล่นฝ่ายป้องกันสัมผัสหรือกระทบประตู ให้นับคะแนน
  9. เมื่อลูกบอลออกนอกสนามให้ส่งบอลเข้าเล่นที่สัมผัสลูกบอลครั้งแรกในกรณี ที่มีผู้คัดค้าน กรรมการผู้ร่วมตัดสิน (Umpire) จะโยนบอลเข้าไปในสนาม ผู้เล่น ที่ส่งบอลสามารถใช้เวลาได้ 5 วินาที หากเกินกว่านั้นฝ่ายตรงข้ามได้ส่งบอลแทน หากมีการคัดค้านและทำให้การแข่งขัน ล่าช้า กรรมการผู้ร่วมตัดสิน (Umpire) สามารถขานฟาล์วเทคนิค
  10. กรรมการผู้ร่วมตัดสิน (Umpire) มีหน้าที่ตัดสินและจดบันทึดการฟาล์ว เกิดฟาล์วต่อกัน ครบ 3 ครั้ง ให้แจ้งต่อผู้ตัดสิน (Referee) และสามารถให้ฟาล์วเสียสิทธิ์ ตามกติกาข้อ 5
  11. ผู้ตัดสิน (Referee) มีหน้าที่ตัดสินชี้ขาด เมื่อลูกบอลเข้าสู่การเล่นในพื้นที่ของเขาและเป็นผู้ จับเวลา ,ให้คะแนนเมื่อเกิดการยิงประตูเป็นผล ,จดบันทึกคะแนนและรับผิดชองตามพื้นที่
  12. เวลาการแข่งขัน แบ่งเป็น 2 ครึ่ง ๆละ 15 นาที พัก 5 นาที
  13. เมื่อหมดเวลาการแข่งขัน ฝ่ายที่ทำคะแนนมากกว่าเป็นผู้ชนะ กรณีมีคะแนนเท่ากันให้ หัวหน้าทีมตกลงกันเพื่อแข่งขันต่อจนกว่ามีฝ่ายใดทำคะแนนได้

 

  • พ.ศ. 2435 เริ่มมีการแข่งขันบาสเกตบอลครั้งแรก ระหว่างนักศึกษากับคณะครู ของวิทยาลัย สปริงฟิล (Springfield College) ผลการแข่งขัน นักศึกษาชนะ 5:1

 

  • พ.ศ. 2435 เริ่มมีการเผยแพร่เข้าไปเล่นในประเทศเม็กซิโก (Mexico) ในปีเดียวกัน Lew Allen of Hartford ได้ประดิษฐ์ประตูทรงกระบอกที่ทำจากเส้นลวดลักษณะคล้ายกับของ Dr.James Naismith ห่วงประตูยังตงติดตั้งไว้ตำแหน่งเดิมมีตะแกรงป้องกันลูกบอลสำหรับผู้ชมทำให้มีความสนุกสนานเพลิดเพลิน มีการจัดทำกระดานหลังแผ่นแรกขึ้น มีขนาด 3.6 เมตร * 1.8 เมตร

 

  • พ.ศ. 2437 บาสเกตบอลแยกออกมาจากฟุตบอล โดยมีคณะกรรมการบาสเกตบอล
    - ในปีเดียวกันนี้มีการรับรองกระดานหลัง ซึ่งมีขนาด 1.8 เมตร * 1.2 เมตร
    - กำหนดให้มีการโยนโทษ
    - เกิดการคิดค้นห่วงประตู มีตาข่ายติดกับห่วงประตูด้วยเส้นเชือก 
       เมื่อเชือกนั้นถูกดึงจะทำให้ลูกบอลผ่านไปได้ และยกเลิกการใช้บันไดตั้งแต่บัดนั้น
    - เริ่มการแข่งขันบาสเกตบอลหญิงเป็นครั้งแรกที่ นอร์ตแฮมตัน (Northamton)

 

  • พ.ศ. 2439 เปลี่ยนแปลงกติกาเรื่องการนับคะแนนจากการยิงประตูธรรมดา เป็น 2 คะแนน และนับคะแนนจากการโยนลูกโทษ 1 คะแนน
    - เกิดการแข่งขันระดับวิทยาลัยเป็นครั้งแรกระหว่าง ชิคาโก (Chicago) กับโลวา (Lowa)
       โดยให้มีผู้เล่นฝ่ายละ 5 คน ผลการแข่งขัน ชิคาโก ชนะ 15:12 ไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น
    - Dr.James Naismith ควบคุมกติกา จนกระทั่งมีการจัดตั้งสหพันธ์กีฬาสมัครเล่นและ
       ได้บรรจุกติกาและการเปลี่ยนแปลง

 

  • พ.ศ. 2440 สหพันธ์ได้กำหนดกติกาโดยให้ทีมมีผู้เล่นฝ่ายละ 5 คน และเป็นที่ยอมรับกัน ทั่วโลก ซึ่งก่อนหน้านี้การเล่นบางครั้งมีผู้เล่นมากกว่า 50 คน ของแต่ละฝ่ายในสนาม

 

  • พ.ศ. 2448 ได้ขยายเข้าไปในโรงเรียนมัธยม,มหาวิทยาลัย,สมาคม โบสถ์ และทหาร
    - นักศึกษาโรงเรียนกีฬาสปริงฟิลได้นำเผยแพร่ ณ ประเทศฝรั่งเศส

 

  • พ.ศ. 2452 มีการนำกระดานหลังชนิดกระจกใสเป็นครั้งแรก และได้รับการรับรองในกติกา และผู้เล่นที่ฟาล์วครบ 4 ครั้งให้เป็นฟาล์วเสียสิทธ์
    - ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 การแข่งขันบาสเกตบอลได้หยุดชะงักลง ระหว่างนั้นทหารอเมริกัน,
       ผู้ฝึกสอน และ Dr.James Naismith นำบาสเกตบอลเข้าไปยุโรปเป็นนวัตกรรมการแข่งขัน

 

  • พ.ศ. 2463 มีการแข่งขัน Inter-Allied Game เป็นครั้งแรก ณ กรุงปารีส (Paris) ผลการแข่ง ขันสหรัฐอเมริกา (USA.) ชนะฝรั่งเศส (France)และอิตาลี (Italy) โดยถือเป็นการแข่งขันระหว่างชาติเป็นครั้งแรก และเป็นการเริ่มต้นไปสู่การแข่งขันชิงชนะเลิศระดับโลก

 

  • พ.ศ. 2466 กำหนดการฟาล์วผู้เล่นยิงประตูโทษโดยแยกจากการฟาล์วอื่น ๆ กล่าวคือ การ ฟาล์วบุคคลต่อผู้เล่นกำลังยิงประตูจะต้องมีการโยนโทษ

 

  • พ.ศ. 2467 เป็นกีฬาสาธิตในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค ณ กรุงปารีส (Paris)

 

  • พ.ศ. 2470 Abe Saperstein ติดต่อกับ Harlem Gloketrotters. ซึ่งเป็นผู้เล่นจากชิคาโก และ แข่งขันกันครั้งแรกที่ Hinebluy มลรัฐ Illinois ตั้งแต่นั้นมีส่วนทำให้ประชาชนทั่วไปหันมาสนใจกีฬาบาสเกตบอลเพิ่มขึ้นกว่า 100 ประเทศ

 

  • พ.ศ. 2472 จัดตั้งโรงเรียนพลศึกษา ขึ้นที่ กรุงเจนีวา (Geneva) โดยได้รับความร่วมมือจาก วิทยาลัยสปริงฟิล (Springfield College)

 

  • พ.ศ. 2475 บาสเกตบอลเป็นที่สนใจและเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก และสามารถกล่าวได้ว่า บาสเกตบอลเป็นกีฬามาจาก สหรัฐอเมริกา (USA.)
    - สมาคมบาสเกตบอล ได้จัดการประชุมสัมมนา ณ กรุงเจนีวา (Genrva) 
       และได้มีประเทศก่อตั้งสหพันธ์บาสเกตบอลสมัครเล่นนานาชาติ (FIBA) รวม 8 ประเทศ
    - FIBA ได้กำหนดและจัดทำกติกาบาสเกตบอลอย่างละเอียด ดังนี้
           * แต่ละทีมมีผู้เล่นได้ 5 คน เปลี่ยนผู้เล่นสำรองได้ 2 คน 2 ครั้ง
           * ภายหลังจากการทำคะแนนปกติหรือจากการโยนโทษ
              ให้เริ่มการแข่งขันด้วยลูกกระโดด ณ วงกลมกลาง
           * มอบหมายให้ Technical Commission ประชุมตกลงเปลี่ยนแปลงกติกาทุก ๆ 4 ปี
              ภายในปีที่มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

 

  • พ.ศ. 2478จัดการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลชายชิงชนะเลิศแห่งทวีปยุโรปเป็นครั้งแรก ณ กรุงเจนีวา (Geneva) โดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 10 ประเทศ ในครั้งนั้นทีมชนะเลิศ คือ ประเทศแลตเวีย (Latvia) ซึ่งชนะ ประเทศสเปน (Spain) ด้วยคะแนน 24 :18- การประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ณ กรุงออสโล (Oslo) และได้รับการบรรจุในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งต่อไป ณ กรุงเบอร์ลิน (Berlin) นับเป็นรายการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดครั้งแรงของบาสเกตบอล และในการแข่งขันครั้งนั้น ประเทศสหรัฐอเมริกา (USA.) ชนะเลิศ โดยชนะคู่ชิง ประเทศแคนาดา (Canada) ด้วยคะแนน 19:8 ผู้ให้เกียรติมอบเหรียญรางวัล คือ Dr.James Naismith- FIBA จัดการประชุม ณ กรุงเบอร์ลิน (Berlin)โดยมีรายละเอียดดังนี้
           * ให้เกิดความสมดุลและเสมอภาคระหว่างผู้เล่นฝ่ายป้องกันและฝ่ายรุก
           * จำกัดความสูงของผู้เล่น
           * ขอเวลานอกได้ 3 ครั้ง
           * ยกเลิกการเล่นลูกกระโดดหลังจากเกิดทำคะแนนได้ ให้ส่งบอลเข้าเล่นจากเส้นหลังแทน
           * แบ่งสนามเป็นสองส่วน
           * เริ่มใช้กติกาว่าด้วย 10 วินาทีในแดนหลัง
           * ฟาล์วบุคคลของผู้เล่นเพิ่มเป็น 4 ครั้ง

 

  • พ.ศ. 2483 Dr.James Naismith ผู้คิดค้นกีฬาบาสเกตบอล ได้เสียชีวิต

 

  • พ.ศ. 2491 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 , FIBA ได้ประชุม ณ กรุงลอนดอน (London)
    โดยมี รายละเอียดที่เปลี่ยนแปลง ดังนี้
           * เริ่มนำกติกาว่าด้วย 3 วินาที
           * ห้ามผู้เล่นที่มีความสูงยืนใต้ห่วงประตู
           * เพิ่มผู้เล่นสำรองจาก 5 คน เป็น 7 คน
           * ขอเวลานอกเพิ่มเป็น 4 ครั้ง
           * ให้ส่งบอลแทนการโยนโทษในช่วงเวลา 3 นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน
           * ให้ยกเท้าหลักได้ก่อนการยิงประตู ,ส่งบอล หรือเลี้ยงบอล
           * ผู้เล่นชาวเอเชียเริ่มใช้วิธีการกระโดดยิงประตู

 

  • พ.ศ. 2492 จัดตั้งสมาคมบาสเกตบอลอาชีพ NBA

 

  • พ.ศ. 2493 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศชายของโลก ณ ประเทศอาเจนตินา (Argentina)

 

  • พ.ศ. 2494 จัดการแข่งขัน NBA-ALL STAR เป็นครั้งแรก ณ กรุงบอสตัน (Boston) ในครั้งนั้นฝั่งตะวันออก ชนะ ฝั่งตะวันตก ด้วยคะแนน 111 : 94

 

  • พ.ศ. 2495 หลังจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki) มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
           * เพิ่มฟาล์วบุคคลเป็น 5 ครั้ง (Foul-out)
           * เกิดการแข่งขันที่น่าเบื่อ เนื่องจากทีมเล่นช้าลงมากโดยไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ 
              ทำให้ เกิดช่องว่างของการพัฒนาเกมการแข่งขัน

 

  • พ.ศ. 2496 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศหญิงของโลก ณ ประเทศชิลี (Chile)

 

  • พ.ศ. 2497 Danny Biason เสนอแนะข้อสรุป และใน NBA เริ่มใช้กติกาใหม่
       เพื่อให้เกมการแข่งขันรวดเร็ว โดยให้ทีมครอบครองบอลต้องยิงประตู ภายใน 24 วินาที

 

  • พ.ศ. 2499 ในการแข่งขัน ณ กรุงเมลเบอร์น (Melbourne) มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
           * ฝ่ายรุกต้องยิงประตู ภายในเวลา 30 วินาที
           * กำหนดเขตโยนโทษ เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู บริเวณใต้ห่วงประตู
           * FIBA Technical Commission ทบทวนความสมดุลและเสมอภาคของผู้เล่นฝ่ายรุก
              และฝ่ายป้องกัน การยิงประตูยกเท้าหลักแล้วปล่อยบอลหลุดจากมือ 
              และการเลี้ยงบอลต้องปล่อยบอลหลุดจากมือก่อนยกเท้าหลัก
    - เกิดการกระโดดยิงประตูได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย
       และเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการยิงประตู , การส่งบอล และการเลี้ยงบอล
    - เกิดยุทธวิธีกำบัง (Screen) การเล่นเต็มสนามของผู้เล่นทำให้ยากต่อการจัดการ

 

  • พ.ศ. 2501 จัดการแข่งขันชายชิงชนะเลิศชายของสโมสรยุโรป

 

  • พ.ศ. 2502 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศหญิงของสโมสรยุโรป

 

  • พ.ศ. 2503 FIBA ประชุม ณ กรุงโรม (Rome) มีการเปลี่ยนแปลง ดังรายละเอียดดังนี้
           * 5 นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน เกิดการฟาล์วบุคคลจะลงโทษด้วยการโยนโทษ 2 ครั้ง
           * กระทำฟาล์วแล้วยิงประตูเป็นผล ให้ยกเลิกคะแนน
           * ทั้งสองทีมทำฟาล์วซึ่งกันและกัน และบทลงโทษเท่ากัน 
              ให้ยกเลิกบทลงโทษของการโยนโทษ  หากบทลงโทษไม่สามารถยกเลิกได้
              ให้โยนโทษได้ไม่เกิน 2 ครั้งและครอบครองบอล
           * การเปลี่ยนแปลงของบทลงโทษที่สลับซ้ำซ้อนทำให้บางครั้งเป็นสถานการณ์ที่ยุ่งยาก
              สำหรับกรรมการผู้ตัดสิน เมื่อต้องมีการนับการยกเลิกบทลงโทษ และ
              จำนวนของการโยนโทษที่เหลือทำให้บางครั้งผู้ชมหรือผู้เล่นไม่เข้าใจและเกิดความสับสน

 

  • พ.ศ. 2507 เริ่มใช้ ช่วงการเล่น (Play Phase)
    - FIBA ได้ประชุม ณ กรุงโตเกียว (Tokyo) ตกลงให้จัดทำหนังสือกติกาที่เข้าใจง่าย
    - เกิดระบบของการรุก และมีการยิงประตูทำคะแนนได้เพิ่มขึ้น
       ความแข็งแกร่งของผู้เล่นมีความสำคัญ เนื่องจากกีฬาบาสเกตบอลค้องเคลื่อนที่ตลอดเวลา

 

  • พ.ศ. 2515 หลังจากการแข่งขันโอลิมปิก ณ ประเทศเม็กซิโก (Mexico), FIBA ได้ กำหนดการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของกติกาดังนี้
           * กำหนดหลักทรงกระบอกเหนือห่วงประตู ยกเลิกการห้ามผู้เล่นฝ่ายป้องกันสัมผัสลูกบอล
              เหนือห่วงประตู เมื่อลูกบอลกระทบห่วงประตูผู้เล่นทั้งสองฝ่ายสามารถเล่นได้
           * 3 นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน หากเกิดการฟาล์วจะได้โยนโทษ 2 ครั้ง
           * หากเกิดฟาล์วทีมให้ส่งบอลเข้าเล่นแทนการโยนโทษ
    - FIBA มีการประชุม ณ กรุงมิวนิค (Munich) และได้เปลี่ยนแปลงกติกาดังนี้
           * ยกเลิก 3 นาทีสุดท้าย ให้ใช้กับทุกนาทีในการแข่งขัน หากเกิดการฟาล์วผู้เล่นที่ไม่มีบอล
              ให้ส่งบอลเข้าเล่น
           * การเปลี่ยนแปลงกติกาทำให้ผู้เล่นฝ่ายป้องกันสามารถละเมิดการฟาล์วเพื่อทำให้
              ผู้เล่นฝ่ายรุกไม่อยู่ในตำแหน่งยิงประตู

 

  • พ.ศ. 2516 การแข่งขันชิงชนะเลิศของทวีปยุโรป ณ กรุงบาร์เซโลนา (Barselona) การฟาล์วช่วงใกล้หมดเวลาการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น ทำให้การฟาล์วเฉลี่ยต่อเกมสูงถึง 61 ครั้ง ซึ่งมีผลกระทบต่อการแข่งขันเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ FIBA ไม่สามารถรอจนถึงการประชุมในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งหน้า ดังนั้น FIBA จึงมีการประชุมและกำหนดตกลงดังนี้“หากแต่ละครึ่งเวลาทีมกระทำฟาล์วครบ10 ครั้ง จะถูกโยนโทษ 2 ครั้ง ” สำหรับการฟาล์วของทีมครอบครองบอลให้ส่งบอลเข้าเล่นจากเส้นข้าง

 

  • พ.ศ. 2517 เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการใช้การฟาล์วทีมครบ 10 ครั้ง

 

  • พ.ศ. 2519 ประชุม FIBA ณ กรุงมอลทรีออล (Montreal) มีการกำหนดการเปลี่ยนแปลงใหม่ดังนี้
           * ให้มีการใช้กติกาว่าด้วยการฟาล์วทีม 10 ครั้ง บทลงโทษ โยนโทษ 2 ครั้ง
           * ผู้เล่นที่ถูกกระทำฟาล์วขณะกำลังยิงประตู บทลงโทษให้ได้โยนโทษใน 3 ครั้ง
              หากการยิงประตูธรรมดานั้นเป็นผล ให้นับคะแนนและได้โยนโทษ 1 ครั้ง

 

  • พ.ศ. 2523 ประชุม FIBA ณ กรุงมอสโคว์ (Moscow) เกิดการเปลี่ยนแปลงดังนี้
           * ลดจำนวนการฟาล์วทีมรวม เหลือ 8 ครั้ง
           * ฟาล์วเทคนิคที่นั่งทีม และหากฟาล์วเทคนิคผู้ฝึกสอนครบ 3 ครั้ง 
              ให้เป็นการฟาล์วเสียสิทธิ์ต่อผู้ฝึกสอน
           * ได้จัดทำเอกสารข้อแนะนำกติกาสำหรับวิธีการพิจารณาหลักการประทะโดยกำหนดผู้เล่นใด
              ที่ต้องรับผิดชอบต่อการปะทะนั้น ( ใช้หลักของแนวดิ่ง หมายถึง ช่องว่างเหนือผู้เล่นที่เป็น
              รูปทรงกระบอก โดยผู้เล่นที่ลอยตัวในอากาศอย่างถูกต้องจะลงสู่พื้นตำแหน่งเดิมก่อนการ
              กระโดด และการป้องกันอย่างถูกต้องนั้นเป็นลักษณะใด รวมถึงการพิจารณาการสกัดกั้น )

 

  • พ.ศ. 2527 FIBA ได้กำหนดกติกาใหม่ดังนี้
           * เริ่มใช้การยิงประตู 3 คะแนน (NBA เริ่มใช้เมื่อปี 2526
              โดยกำหนดการพยายามยิงประตู 3 คะแนน ด้วยเส้นที่ห่างจากห่วงประตู 6.25 เมตร
              , NBA 7.24 เมตร ) เป็นการเปิดโอกาสให้สำหรับผู้เล่นที่รูปร่างเล็กสามารถทำคะแนนได้
           * ขนาดสนามเปลี่ยนเป็น 15 เมตร * 28 เมตร
           * ฟาล์วทีมรวมลดลงเหลือ 7 ครั้ง บทลงโทษ 1+1 
              (ผู้เล่นโยนโทษครั้งแรกพลาดให้การแข่งขันดำเนินต่อไปทันที)
           * ยกเลิกการโยนโทษสำหรับผู้เล่นขณะกำลังยิงประตูโทษ
              สำหรับผู้เล่นขณะกำลังยิงประตู 2 ใน 3 ให้ใช้บทลงโทษของการพยายามยิงประตูตามพื้นที่
              (หากพยายามยิงประตู 2 คะแนนไม่เป็นผล ให้โยนโทษ 2 ครั้ง 
              หากพยายามยิงประตู 3 คะแนนไม่เป็นผลให้โยนโทษ 3 ครั้ง)
           * บทลงโทษการฟาล์วเทคนิคผู้ฝึกสอน เปลี่ยนเป็น โยนโทษ 2 ครั้ง และได้ครอบครองบอล

 

  • พ.ศ. 2529 FIBA World Congress ได้กำหนดการเปลี่ยนแปลงกติกาดังนี้
           * ให้มีการฟาล์วเจตนาและฟาล์วเสียสิทธิ์ต่อผู้เล่น ให้โยนโทษ 2 หรือ 3 ครั้ง และเพิ่มการ
              ครอบครองบอล จุดประสงค์เพื่อเพิ่มชนิดของการฟาล์วซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งในการแข่งขัน

 

  • พ.ศ. 2533 ได้มีการเปลี่ยนแปลงกติกาดังนี้
           * ยกเลิกสิทธิ์ในการเลือกสำหรับการส่งบอลเข้าเล่นและช่วงการเล่น (Play Phase) 
              ยกเลิกข้อจำกัดของการโยนโทษที่เกิดขึ้น ไม่มีข้อยุ่งยากสำหรับทุกคน
           * กำหนดเขตที่นั่งทีม
           * หากผู้ฝึกสอนหรือผู้ติดตามทีมลุกออกจากที่นั่งทีมอย่างไรจึงถูกขานฟาล์วเทคนิคผู้ฝึกสอน
              และลุกออกจากที่นั่งทีมขณะเกิดการชกต่อย ให้ขานฟาล์วเสียสิทธิ์ทันที
           * ให้กรรมการผู้ตัดสินยื่นส่งบอลให้แก่ผู้เล่นทุกจุดที่มีการส่งบอลเข้าเล่น
           * ห้ามผู้เล่นที่ส่งบอลเข้าเล่นก้าวเท้าเกินกว่า 1 เมตร 
             ในทิศทางเดียวกันก่อนการปล่อยบอลจากการส่ง
           * ผู้เล่นที่ยืนช่องโยนโทษเข้าแย่งบอลจากการโยนโทษครั้งสุดท้ายหรือครั้งเดียว
              เมื่อลูกบอลหลุดจากมือของผู้โยนโทษ
           * ผู้ตัดสินสามารถแก้ไขความผิดผลาดที่เกี่ยวกับการโยนโทษและคะแนน

 

  • พ.ศ. 2535 FIBA เปิดโอกาสให้ผู้เล่นอาขีพสามารถลงแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ณ กรุง บาร์เซโลนา (Barcelona) ซึ่งเรียกว่า ‘Dream Team’ ได้รับการสนใจจากบุคคลทั่วโลก

 

  • พ.ศ. 2537 FIBA ได้ปรับปรุงกติการ ดังนี้
           * กำหนดระบบการแข่งขัน 2 x 20 นาที หรือ 4×12 นาที
           * การส่งบอลเข้าเบ่นให้ส่งใกล้จุดเกิดเหตุ รวมถึงเส้นหลัง
           * ผู้เล่นกำลังยิงประตู ให้นับรวมถึงกรณีผู้เล่นการลอยตัวในอากาศจากการยิงประตู
              จนกว่าเท้าสัมผัสพื้นทั้งสองข้าง
           * สามารถกระโดดยัดห่วง (Alley-oop) จากการส่งบอลและลูกบอลนั้นย้อยลงมาเหน็จห่วงได้
           * เปลี่ยน ‘ฟาล์วเจตนา’ เป็น ‘ฟาล์วขาดน้ำใจนักกีฬา’
           * ยกเลิกบทลงโทษ ‘1+1’ ให้ใช้บทลงโทษการโยนโทษ 2 ครั้ง แทน
           * หากผู้เล่น,ผู้ฝึกสอนหรือผู้ติดตามทีม ถูกขานฟาล์วเสียสิทธิ์ 
              ต้องออกจากสนามแข่งขันกลับไปยังห้องพักหรือออกจากอาคารการแข่งขัน
           * จากสถานการณ์การโยนโทษ ให้มีผู้เล่นทั้งสองทีมทำการแย่งลูกบอลในช่องยืนโยนโทษ 
              ไม่เกิน 6 คน (รวมผู้โยนโทษด้วย ทีมละ 3 คน)

 

  • พ.ศ. 2541 FIBA ได้มีการเปลี่ยนแปลงกติกา ดังนี้
           * ยกเลิก ‘บอลเข้าสู่การเล่น (Ball in Play)’
           * เปลี่ยนแปลง ‘บอลดี’ ขณะส่งบอลเข้าเล่นและการเล่นลูกกระโดด
           * ขอเวลานอกเพิ่มเป็น 3 ครั้ง
           * 2 นาทีสุดท้ายของครึ่งเวลาหลังหรือช่วงต่อเงลาเพิ่มพิเศษ 
              เมื่อเกิดการยิงประตูธรรมดาเป็นผล นาฬิกาแข่งขันจะหยุด
           * ผู้เล่นผ่ายรุกปละฝ่ายป้องกัน
              ห้ามสัมผัสลูกบอลเหนือห่วงประตูและขณะลูกบอลการะทบกระดานหลังจากการยิงประตู
           * บทลงโทษของการฟาล์วคู่ ทีมที่ครอบครองบอลแล้วเกิดกระทำฟาล์วคู่
              ยังคงได้ส่งบอลเข้าเล่นแทนการเล่นลูกกระโดด
           * ‘ฟาล์วเทคนิคขาดน้ำใจนักกีฬา’ ให้โยนโทษ 2 ครั้งและครอบครองบอล

 

  • พ.ศ. 2543 Central Broad of FIBA ได้เปลี่ยนแปลงกติกาดังนี้
           * ระบบการแข่งขัน เป็น 4 period ๆ ละ 10 นาที (4X10 นาที)
           * ฟาล์วทีมรวมเหลือ 4 ครั้งต่อ period ครั้งต่อไปให้โยนโทษ 2 ครั้ง
           * พักการแข่งขัน period ที่ 1-2, 3-4 หรือช่วงต่อเวลาเพิ่มพิเศษ 2 นาที 
              พักการแข่งขัน period ที่ 2-3 เป็นเวลา15 นาที
           * ขอเวลานอก period ที่ 1, 2, 3 หรือช่วงต่อเวลาเพิ่มพิเศษได้ 1 ครั้ง 
              ขอเวลานอก period ที่ 4 ได้ 2 ครั้ง
           * ให้เวลานอก 1 นาทีเต็ม ถึงแม้ทีมที่ขอเวลานอกพร้อมแข่งขัน
           * เปลี่ยนกติกาว่าด้วย 30 วินาที และนาฬิกา 24 วินาทีเริ่มต้นนับใหม่เมื่อลูกบอลหลุดจากมือ
              จากการยิงประตูและสัมผัสห่วงประตู หากลูกบอลลอยในอากาศจากการยิงประตูแล้วเสียง
              สัญญาณ 24 วินาทีดังขึ้นนาฬิกาแข่งขันหยุดทันที หากบอลเข้าห่วงประตู ให้นับคะแนน 
              หากไม่ลงถือเป็นผิดระเบียบ ให้ฝ่ายตรงข้ามได้ส่งบอลเข้าเล่น
           * ทีมครองครองบอลต้องพาบอลสู่แดนหน้า ลดเหลือ 8 วินาที
           * ช่วง 2 นาทีสุดท้ายของ period ที่ 4 หรือช่วงต่อเวลาเพิ่มพิเศษ เมื่อเกิดการยิงประตูเป็นผล
              นาฬิกาแข่งขันจะหยุด ทีมที่มีสิทธิ์ส่งบอลเข้าเล่นจากการเสียประตู ขอเปลี่ยนตัวได้ 
              และฝ่ายตรงข้ามขอเปลี่ยนตัวตามได้
           * FIFA จะใช้ระบบการตัดสิน 3 คน 
              สำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งโลก
           * สำหรับระบบการตัดสินใจ 3 คน หากฝ่ายจัดการแข่งขันพิจารณาแลัว
              และมีความเห็นให้ใช้ก็สามารถกระทำได้
           * บทลงโทษการฟาล์วเทคนิคผู้เล่น ให้โยนโทษ 1 ครั้ง และครอบครองบอล

 

  • พ.ศ. 2543 FIBA Technical Commission ได้เผยแพร่เอกสารการวินิจฉัยและตีความอธิบายรายละเอียดของกติกาและเหตุการณ์ที่เกิดให้ชัดเจนขึ้น

 

  • พ.ศ. 2544 FIBA Technical Commission ได้เผยแพร่เดกสารเน้นจุดสำคัญของการปฏิบัติ เช่น การลงโทษ,การพิจารณาการเล่นที่ได้เปรียบ/เสียเปรียบ
           * ได้เผยแพร่เอกสารเน้นการแข่งขันอย่างรวดเร็ว,การเคลื่อนที่ของผู้ตัดสินในสนาม, 
              ระบบการตัดสินที่ชัดเจน และการวินิจฉัยตีความเพื่อแนวทางในมื่อเกิดเหตุการณ์ในสนาม

 

  • พ.ศ. 2546 FIBA ได้เปลี่ยนแปลงกติกาดังนี้
           * ให้เล่นลูกกระโดด (Jump ball) เฉพาะเริ่ม period ที่ 1,3 และต่อเวลาเพิ่มพิเศษ
           * หากมีสถานการณ์ลูกกระโดด (ลูกยึดหรือยกเลิกบทลงโทษที่เท่ากันโดยไม่ให้ทีมได้สิทธิ
              ส่งบอลเข้าเล่น) โดยให้ใช้การสลับกันครอบครองบอลซึ่งกำหนด โดยลูกศร
           * สัญญาณ 24 วินาที ดังขึ้นไม่ถือว่าเป็นบอลตาย
              หากไม่มีเสียงสัญญาณนกหวีดให้เล่นต่อไป โดยที่นาฬิการแข่งขันไม่หยุด

 

  • พ.ศ. 2547 ได้มีการเปลี่ยนแปลงกติกาเพิ่มเติม ดังนี้
           * ให้มีการเล่นลูกกระโดด(Jump ball) เพียงครั้งเดียวเฉพาะเริ่มการแข่งขันใน Pilod 1 เท่านั้น
           * เมื่อเกิดลูกผิดระเบียบ ผู่เล่นทั้งสองทีมสามารถเปลี่ยนตัวได้
           * ผู้เล่นที่ถูกขานฟาล์วขาดน้ำใจนักกีฬา (Unsportsmanlike foul) 2 ครั้ง
              ให้พิจรณาเป็นฟาล์วไล่ออกจากการแข่งขัน (Disqualify foul)
           * บทลงโทษของการฟาล์วเทคนิคผู้เล่น (Technical foul by player) ให้โยนโทษ 2 ครั้ง
              และครอบครองบอล

หลังจากเริ่มศตวรรษที่ 21 ประมาณกันว่ามีผู้นิยมกีฬาบาสเกตบอล กว่า 400 ล้านคน และมีประเทศที่เป็นสมาชิกสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ (F.I.B.A.) 211 ประเทศ

 

———————————————————————————————————————

 

ประวัติกีฬาบาสเกตบอลในเอเชีย

History of Basketball in Asia

 

          ในบรรดานักศึกษาวิทยาลัยสปริงฟิล (Springfield College) ที่เล่นบาสเกตบอลในเกมแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2434 มี 5 คน กลับคืนบ้านเกิด ได้แก่ แคนาดา (Canada) / ประเทศญี่ปุ่น (Japan) / ประเทศจีน (China) / ประเทศอินเดีย (India)

          ใน ประเทศญี่ปุ่น (Japan) เกนซาบุโร เอส อิชิคาวา ( Genzaburo S.Ishikawa ) ได้เดินทางกลับประเทศและเป็นผู้นำกีฬาบาสเกตบอลเข้าไปเผ่ยแพร่

 

  • พ.ศ. 2443 

               นักศึกษาอีกคนหนึ่งที่จบจากมหาวิทยาลัยสปิงฟิล คือ ไฮโอโซ โอโมริ(Hyoso Omori) ได้รับเกียรติว่าเป็นบุคคลแรกที่จัดให้มีเกมบาสเกตบอลที่เป็นทางการ ณ ที่ทำการของวาย.เอ็ม.ซี.เอ.แห่งโตเกียว(Y.M.C.A. of Tokyo) และได้เป็นผู้อำนวยการพลศึกษาคนแรกของ วาย.เอ็ม.ซี.เอ.

 

  • พ.ศ. 2466 

               แฟรงกลิน เอช บาวน์ (Franklin H.Brown) จากสภาบริหารกลางของ วาย.เอ็ม.ซี.เอ แหง่สหรัฐอเมริกา ( Y.M.C.A. fo USA ) เป็นบุคคลที่ได้รับความสำเร็จในการทำให้กีฬาบาสเกตบอลเป็นที่สนใจของชาวญี่ปุ่นตามสำนักงานต่าง ๆ ของ วาย.เอ็ม.ซี.เอ. ในประเทศญี่ปุ่น (Japan) และภายในไม่กี่ปีบาสเกตบอลก็เป็นที่เผยแพร่ไปทั่วประเทศ
              ในประเทศจีน พ.ศ.2447 โรเบอร์ท อาร์ เกลี่ ( Robert R. Gailey ) นำรวมดาราอเมริกันฟุตบอลจากมหาวิทลัยปรินซ์ตัน (Princeton) ซึ่งเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์ได้เผยแพร่กีฬาบาสเกตบอลในมณฑลเทียนสินของประเทศจีน (China)

 

  • พ. ศ. 2451 

               ประเทศจีนได้มีทีมบาสเกตบอลเพิ่มมากขึ้นจนพอที่จะจัดเป็นสมาคมเพื่อการแข่งขึ้น
              ในประเทศอินเดีย (India) ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าที่บาสเกตบอลจะได้รับความนิยมเพราะถูกอิทธิพลของอังกฤษควบคุม ชาวอินเดียรู้จักบาสเกตบอลเนื่องจากชาวอังกฤษเล่นกันผู้ที่ทำให้บาสเกตบอล เติบโตในประเทศอินเดียได้ คือ เจ เอช เกร์ ( J. H. Gray ) แห่งสำนักงาน วาย. เอ็ม. ซี. เอ. แห่งเมืองกัลกัตตา (Y.M. C.A. of Calkatta )
              ในประเทศฟิลิปปินส์ (Philippine) กีฬาบาสเกตบอลแพร่หลายโดยหน่วยทหารและสมาชิกของ วาย. เอ็ม.ซี. เอ. ได้รับความสนใจจากนักเรียนชาย – หญิง ทั้งนี้เนื่องจากสำนักงาน วาย. เอ็ม. ซี. เอ. ของประเทศฟิลิปินล์ (Philippine) มีอยู่ทั่วประเทศ

 

  • พ.ศ. 2447 – 2448 

               ได้การจัดการแข่งขันชิงชนะเลิศบาสเกตบอลภายในประเทศขึ้น

 

  • พ.ศ.2455 

              ชาวอเมริกันในมะนิลาได้มีแนวคิดจัดตั้ง “ สมาคมกีฬาแห่งตะวันไกล ” ( Far Eastern Athletic Association ) ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นองศ์กรกีฬาที่ทำงานเกี่ยวกับผู้คนแห่งเอเชียนับล้านคน นอกจากนี้ยังทำให้เกิดสหพันธ์กีฬาสมัครเล่นแห่งฟิลิปปินส์ ( The Philippines Athletic Federation ) ซึ่งมีบทบาทเป็นอย่างมากจนทำให้ประเทศนั้นกลายเป็นแหล่งเล่นกีฬาที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง

 

  • พ.ศ.2456 

               เอลวูด เอส บาวน์ (Elwood S. Brown) เป็นผู้จัดให้มีการแข่งขันบาสเกตบอลชิงชนะเลิศแห่งตะวันออกไกล ( The Far Eatern Athletic Champion Games ) โดยแข่งขันระหว่างกลุ่มประเทศจีน,ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ และให้มีการจัดแข่งขันทุก 2 ปี ประกอบด้วยกีฬา บาสเกตบอล, ว่ายน้ำ,ฟุตบอล,วอลเลย์บอล,เทนนิส, เบสบอล และจักรยาน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าการแข่งขันกีฬารายการนี้เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดการจัดการแข่งขันกีฬาเอเซี่ยนเกมส์ (Asiam Games) ในเวลาต่อมา

 

  • พ. ศ. 2477 

              ได้ยกเลิกการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งตะวันออกไกล ( The Far Eastern Athletic Champion Games ) เนื่องจากเหตุผลทางการเมือง

 

  • พ. ศ. 2497 

              ได้จัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 2 ณ กรุงมะนิลา ( Manila )

 

———————————————————————————————————————

 

สหพันธ์บาสเกตบอลแห่งอาเชีย

Asian Basketball Confederation = A. B. C.

 

 

  • พ.ศ. 2501 

               ระหว่างการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 3 ณ กรุงโตเกียว ( Tokyo ) นายโยชิมิ ยูอีดะ (Yoshimi Ueda) เริ่มให้มีการปรึกษาและเจรจากับ นายลีซุงกู ( Lee Sung – ku ) ประธานบาสเกตบอลของประเทศเกาหลี ( Korea ) เกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้งสหพันธ์บาสเกตบอลแห่งโซนเอเเชีย ( Federation of the Asian Zone ) โดยทั้งสองเข้าพบเจรจากับ ดร. วิลเลี่ยม โจนส์ (Dr. R. William Jones) ซึ่งเป็นผู้แทนสหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ ที่สมาคมบาสเกตบอลแห่งญี่ปุ่น (Japan Basketball Association) เชิญมาเป็นประธานจัดการแข่งขันบาสเกตบอลเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 3 ได้ตกลงเชิญผู้แทนสมาคมบาสเกตบอลแห่ง ฟิลิปปินส์ ( Philippine Basketball Association ) คือ ดร. ดีโอนิชิ คาลโว ( Dr. Dionishi Calvo ) เข้าร่วมประชุมเพื่อตกลงว่าสหพันธ์จะต้องดำเนินรายการภายใต้การควบคุมและใช้ระเบียบของ F.I.B.A.

 

  • พ.ศ.2503 

               ฟิลิปปินส์ ( Philippine ) ได้เชิญสมาคมบาสเกตบอลชาติต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมเป็นครั้งแรก พร้อมกันนี้ได้นำทีมบาสเกตบอลเพื่อสาธิตรูปแบบการจัดการแข่งขันขององค์กรของชาติต่อไป ได้แก่ ทีมฟิลิปปินส์ ( Philippine ) , จีน ( China ),เกาหลี( Korea ),ไทเป ( Chiness Taipei ), ฮ่องกง ( Hong-kong ), มาเลเซีย ( Malasia ), อินโดนีเซีย ( Indonesia ) และญี่ปุ่น ( Japan ) และถือว่าเป็นการจัดแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชียเป็นครั้งแรก ในครั้งนั้น ฟิลิปปินส์( Philippine ) เป็นทีมชนะเลิศ และถือเป็นการจัดตั้งสหพันธ์บาสเกตบอลแห่งเอเชีย (A.B.C.)

 

  • พ.ศ. 2506 

              จัดการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 2 ณ ประเทศไทย (Thailand) และให้จัดการแข่งขันทุก ๆ 2 ปีนอกจากนี้สหพันธ์บาสเกตบอลแห่งเอเชีย (A.B.C.) ยังได้จัดการแข่งขันบาสเกตบอลประเภทประชาชนชาย-หญิง, เยาวชนชาย-หญิง, ยุวชนชาย-หญิง และมินิบาสเกตบอล

          ปัจจุบัน สหพันธ์บาสเกตบอลแห่งเอเชีย (A.B.C.) ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ฟีบ้า-เอเชีย (FIBA-ASIA)

 

———————————————————————————————————————

 

ประวัติบาสเกตบอลในประเทศไทย

History of Basketball in Thailand

 

          กีฬาบาสเกตบอลแพร่หลายเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในสมัยใด ปีใดนั้น มิได้มีหลักฐานที่จะปรากฏยืนยันแน่ชัดได้ แต่ประมาณว่าราว 60 กว่าปีมาแล้วที่มีการเล่นกีฬาบาสเกตบอลกันมา

 

  • พ.ศ.2477 

               นายนพคุณ พงษ์สุวรรณ อาจารย์สอนภาษาจีนที่โรงเรียนมัธยมวัดบพิตรพิมุข ได้ช่วยเหลือกรมพลศึกษาจัดแปล กติกาการเล่นบาสเกตบอลขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2478 กระทรวงธรรมการ ได้จัดการอบรมครูจังหวัดต่างๆจำนวน 100 คน ภายในระยะเวลา 1 เดือน และได้รับความช่วยเหลือจาก พ.ต.อ. หลวงชาติตระการโกศล ผู้ซึ่งมีความรู้และเชี่ยวชาญทางการเล่นกีฬาบาสเกตบอลคนหนึ่ง ทั้งได้ (เคยเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมการแข่งขัน เมื่อครั้งท่านกำลังศึกษาอยู่ในสหรัฐอเมริกา) มาเป็นผู้บรรยายเกี่ยวกับเทคนิคและวิธีเล่นบาสเกตบอลแก่บรรดาครูที่เข้ารับการอบรม
              ต่อมากีฬาบาสเกตบอลได้แพร่หลายเข้าสู่จังหวัดต่างๆ และนิยมเล่นกันมากจนมีทีมจากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาร่วมการแข่งขันอยู่เสมอ


หลวงศุภชลาศัย

  • พ.ศ.2477 

              สมัย น.อ.หลวงศุภชลาศัย ร.น. ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษา ได้จัดการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลประเภทนักเรียน

 

  • พ.ศ.2491 

               ได้จัดการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลประเภทประชาชน

 

  • พ.ศ.2491 

               ได้จัดการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลประเภทมหาวิทยาลัย

 

  • พ.ศ.2495 

              ได้จัดการแข่งขันบาสเกตบอลประเภทนักเรียนหญิง และปีเดียวกันได้มีคณะบุคคลโดยนำ คุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ ได้ขอจัดตั้งสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย จากสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ

 


หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์

 

  • พ.ศ.2496 

              ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก  สหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ (FIBA)

 

  • พ.ศ.2500 

              สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย  ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  ให้อยู่ในพระพระบรมราชูปถัมภ์ และใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Basketball Association of Thailand โดยมีเครื่องหมายรูปบาสเกตบอลอยู่บนห่วงตาข่ายภายใต้พระมหามงกุฎ  ด้านล่างมีชื่อว่า “สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” และมีรูปธงชาติไทยอยู่ด้านล่างสุด

 

  • พ.ศ. 2558 

               สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทยฯ  ได้จดทะเบียนจัดตั้งสมาคมแห่งประเทศไทยตามพระบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย  ใบอนุญาติเลขที่ 007/2531 กทม. 3 และ 7

 

  • พ.ศ. 2554 

              สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ได้จัดตั้งขึ้นใหม่ และใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Basketball Sport Association of Thailand (BSAT) จดทะเบียนกับทางกรมการปกครองได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เมื่อ 14 ธ.ค. 2554 ทะเบียนเลขที่ จ.5052/2554

 

###

อ้างอิงและขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก

สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย
wikipedia.org
FIBA.com
และ เวปไซต์อื่นๆ ในฐานข้อมูล ที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น


*

* Copy This Password *

* Type Or Paste Password Here *

Note: If you are replying to another commenter, click the "Reply to {NAME} ↵" button under their comment!

Protected by WP Anti Spam